Neuromedchula https://neuromed.md.chula.ac.th Fri, 13 Dec 2024 11:09:55 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.9.7 https://neuromed.md.chula.ac.th/wp-content/uploads/2024/02/MD_Chula-150x150.png Neuromedchula https://neuromed.md.chula.ac.th 32 32 ผู้ป่วยสื่อสารไม่ค่อยดี ทำอย่างไร ? https://neuromed.md.chula.ac.th/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%94/ Fri, 13 Dec 2024 11:09:55 +0000 https://neuromed.md.chula.ac.th/?p=1193 ผู้ป่วยสื่อสารไม่ค่อยดี ทำอย่างไร ?
อีกหนึ่งความท้าทายที่เราพบเจอกันได้บ่อยๆ
สำหรับผู้ดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะสมองเสื่อมก็คือปัญหาเรื่องการสื่อสาร

ผู้ป่วยที่เริ่มมีความถดถอยด้านการรู้คิด
หรือแม้กระทั่งเข้าสู่ภาวะสมองเสื่อม
มักจะมีปัญหาด้านการสื่อสารไม่บ้างก็น้อย
เช่น พูดช้า พูดไม่คล่อง พูดติดขัด นึกคำไม่ออก เรียกชื่อไม่ถูก
หรือแม้กระทั่งฟังไมได้ยิน ฟังสิ่งที่เราพูดไม่เข้าใจ
แล้วในฐานะผู้ดูแจะแก้ปัญหานี้อย่างไร ?

สิ่งสำคัญอันดับแรก ต้องเริ่มต้นที่ทัศนคติที่มีต่อผู้ป่วย
คือ ต้องเข้าใจว่าความเจ็บป่วยของผู้ป่วยเป็นความเสื่อมถอยทางสมอง
คล้ายๆกับความเสื่อมถอยที่เกิดกับร่างกาย แต่มองด้วยตาไม่เห็น
ดังนั้นจึงต้องอาศัยความเข้าอกเข้าใจที่ค่อนข้างมาก
ว่าอาการที่ผู้ป่วยเป็น สิ่งที่ผู้ป่วยกำลังเผชิญ เกิดจากโรคของเขา
ความสามารถต่างๆย่อมไม่เท่าเดิม
การเรียนรู้การปรับตัวย่อมไม่ดีเหมือนเดิม
เราอาจจำเป็นต้องปรับตัวเข้าหาผู้ป่วยเป็นหลัก
มากกว่าจะคาดหวังให้ผู้ป่วยปรับตัวเข้าหาเรา
เพราะอาจจะเป็นไปได้ยากด้วยข้อจำกัดของตัวโรคในขณะนี้
คาดหวังลดลงซักหน่อย ใจเย็นมากขึ้นซักนิด
จะช่วยให้การดูแล พูดคุยสื่อสาร เป็นไปได้ด้วยดีมากขึ้น

ต่อมาคือการวิเคราะห์ปัญหาว่าปัญหาในการสื่อสารที่ไม่ดีของผู้ป่วย
แท้จริงแล้วเกิดจากอะไรกันแน่
ซึ่งหลักๆแล้วมักจจะเกิดจาก 3 สาเหตุที่พบบ่อย

1. การได้ยินที่ลดลง
เมื่อผู้ป่วยได้ยินไม่ชัด ก็ฟังไม่รู้เรื่องเรื่องสื่อสารได้ยากลำบากมาขึ้น
ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วยการับการตรวจการได้ยิน
และรักษาสาเหตุของการได้ยินที่ไม่ชัดให้เหมาะสม
เน้นพูดสื่อสารช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ ด้วยปรพโยคที่เข้าใจง่าย

2. การนึกคำพูดไม่ออก
คือผู้ป่วยเข้าใจภาษาดี รู้ว่าจะสื่อสารอะไร
แต่ติดขัดในการนึกคำพูด คิดช้าลงกว่าแต่ก่อน​
ทำให้เวลาจะพูดอะไรออกมาทำได้ลำบากมากขึ้น
อาจใช้เทคนิคในการสื่อสารเพื่อช่วยในการเดาสิ่งที่ผู้ป่วยจะพูด
จากบริบท ผ่านการสื่อสารทดแทนเช่นการพิมพ์หรือการเขียน
หรือผ่านการถามคำถามนำ ให้ตัวเลือกต่างๆ

3. การสูญเสียความสามารถทางด้านภาษา
คือผู้ป่วยเสียความเข้าใจในภาษาและความรู้ความเข้าใจทั่วไป
ทำให้ฟังแล้วไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร
จะเรียกก็เรียกไม่ถูก
หรือแม้กระทั่งเสียความเข้าใจไปว่าอะไรเป็นอะไร
ซึ่งอาการตรงนี้มักเกิดจากโรคที่ทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อมโดยตรง
และความมีท้าทายในการเดาความหมายในการสื่อสารมากขึ้น

สำหรับเทคนิคต่างๆในแต่ละหัวข้อปัญหา
สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ผ่านวิดีโอของคลินิกความจำนี้ได้เลยครับ

]]>
สมองเสื่อมป้องกันอย่างไร ? https://neuromed.md.chula.ac.th/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87/ Fri, 13 Dec 2024 10:35:56 +0000 https://neuromed.md.chula.ac.th/?p=1177 สมองเสื่อมป้องกันอย่างไร ?
วิธีป้องกันภาวะสมองเสื่อม 14 เรื่อง ที่ทำได้ไม่ยาก
แต่ช่วยลดโอกาสเกิดภาวะสมองเสื่อมได้ไม่น้อย !

อย่างที่เราทราบกันดีว่าภาวะสมองเสื่อม
ที่เกิดจากกลุ่มโรคของความเสื่อมถอยของระบบประสาท
มีสาเหตุจากโปรตีนก่อโรคที่สะสมในสมอง
ทำให้สมองเสื่อมถอยลงจนเกิดภาวะสมองเสื่อม
แต่ว่าในหลายๆครั้ง โปรตีนก่อโรคเพียงอย่างเดียว
ก็อาจจะไม่สามารถทำให้สมรรถภาพสมองของผู้ป่วยแย่ลงจนมีอาการได้
แต่ต้องมีปัจจัยและสาเหตุอื่นๆอีกหลายอย่าง
ที่ทำให้สมองอ่อนแอลงจนเกิดภาวะสมองเสื่อมด้วย

แล้วถ้าเราจัดการแก้ไขปัจจัยเหล่านั้น
ก็อาจจะป้องกันตัวเองหรือคนที่เรารัก
จากภาวะสมองเสื่อมได้ ถึงแม้จะมีโปรตีนก่อโรคสะสมอยุ่ในสมองแล้วก็ตาม !

แล้วปัจจัยอะไรบ้างที่จะช่วยให้เราสามารถป้องกันภาวะสมองเสื่อมได้
อ้างอิงจากรายงานของ Lancet commission
“Dementia prevention, intervention, and care: 2024 report of the Lancet standing Commission”
พบว่ามีปัจจัยถึง 14 ปัจจัยที่เราสามารถปรับเปลี่ยน
เพื่อลดโอกาสเกิดภาวะสมองเสื่อมลงไปได้

นั่นคือ
1. การศึกษาและการกระตุ้นสมอง
2. ปัญหาการได้ยิน
3. คอลเลสเตอรอล LDL ในเลือดสูง
4. ภาวะซึมเศร้า
5. การบาดเจ็บทางศีรษะ
6. กิจกรรมทางกายภาพ(การออกกำลังกาย)
7. โรคเบาหวาน
8. การสูบบุหรี่
9. โรคความดันโลหิตสูง
10. ภาวะอ้วน
11. การดื่มแอลกอฮอล์ที่มากเกินไป
12. การปฏิสัมพันธ์ทางสังคม
13. มลพิษทางอากาศ
14. ปัญหาด้านการมองเห็น

ซึ่งปัจจัยแต่ละด้านส่วนใหญ่สามารถแก้ไข
ให้ดีขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะสมองเสื่อมได้ทั้งสิ้น
สำหรับรายละเอียดว่าในแต่ละปัจจัย
เราจะสามารถแก้ไขยังไงได้บ้าง
สามารถศึกษาเพิ่มเติม ผ่านวิดีโอของคลินิกความจำนี้ได้เลยครับ

]]>
ภาวะสมองเสื่อมป้องกันได้หรือไม่ ? https://neuromed.md.chula.ac.th/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%84/ Sat, 30 Nov 2024 08:08:27 +0000 https://neuromed.md.chula.ac.th/?p=1156 ภาวะสมองเสื่อมป้องกันได้หรือไม่ ?

หลายคนอาจจะเคยสงสัยว่าภาวะสมองสมองเสื่อม
ที่ฟังดูเป็นโรคที่เกี่ยวกับความเสื่อม ความแก่ชราอย่างรวดเร็วของระบบประสาท
จะสามารถป้องกันได้รึเปล่า ?

ก่อนอื่นเลยต้องรู้กันก่อนว่า
“กลุ่มโรคความเสื่อมของระบบประสาท” (neurodegenerative disease)
ที่ทำให้เกิด”ภาวะสมองเสื่อม”(dementia)
ที่คนทั่วไปอาจจะเรียกกันติดปากง่ายๆว่าโรคสมองนั้น
สาเหตุเกิดจากอะไร

ถ้าตอบให้เข้าใจโดยง่ายก็คือโรคกลุ่มนี้ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจาก
มีโปรตีนผิดปกติ เป็รโปรตีนก่อโรคสะสมอยู่ในสมอง
ซึ่งพอโปรตีนก่อโรคพวกนี้สะสมมากๆนานวันเข้า
ก็จะทำให้เซลล์สมองเกิดความเสียหาย
ทำให้มีความเสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็วผิดปกติของสมอง
เมื่อเทียบกับคนทั่วไปที่ไม่ได้เป็นโรค
และนั่นก็ทำให้ผู้ป่วยมีอาการถดถอยของความรู้คิด
ซึ่งถ้าอาการยังเป็นมากขึ้นเรื่อยๆก็จะมีอาการของภาวะสมองเสื่อมตามมานั่นเอง

แต่การที่มีโปรตีนก่อโรคสะสมอยู่ในสมองแล้ว
ไม่ได้การันตีว่าคนๆนั้นจะต้องมีภาวะสมองเสื่อมเสมอไป
เพราะมีงานวิจัยศึกษาพบว่า แม้ในผู้สูงอายุที่มีโปรตีนก่อโรคสะสมอยู่ในสมองไปแล้ว
บางส่วนก็ยังไม่มีภาวะสมองเสื่อมให้เห็นตลอดชีวิตของเขา
นั่นแสดงว่ามีปัจจัยบางอย่างของสมองที่สามารถต้านทานภาวะสมองเสื่อม
ที่เกิดจากโปรตีนก่อโรคเหล่านั้นได้

ซึ่งปัจจัยเหล่านั้น ที่เป็นหัวใจสำคัญในการปกป้องสมองจากความเสื่อมถอย
ก็คือการดูแลด้านต่างๆของสุขภาพให้ดี
โดยด้านที่เป็นปัจจัยพื้นฐาน คือ
1. ร่างกายแข็งแรงดี : ดูแลร่างกายทั้งร่างกายให้แข็งแรงสมบูรณ์ที่สุด
2. สมองแข็งแรงดี : มีการใช้งานสมองให้เกิดการคิด บริหารสมองเป็นประจำ
3. ปกป้องสมองให้ดีจากสิ่งอันตราย โดยเฉพาะบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

แต่ปัจจัยที่ช่วยให้เราปกป้องสมองของเราจากภาวะสมองเสื่อมได้ ไม่ได้มีแค่นี้
ยังมีปัจจัยอื่นๆอีกถึง 14 อย่าง ที่แนะนำให้ทุกคนปฏิบัติเพื่อป้องกันภาวะสมองเสื่อม

สำหรับข้อมูลในหัวข้อ สมองเสื่อมสามารถป้องกันได้หรือไม่ ?
สามารถฟังรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านวิดีโอของคลินิกความจำ ช่องทางนี้ได้เลยครับ

บทความโดย นพ.ธารา รักษ์อารีกุล
แพทย์อายุรกรรมเฉพาะทางระบบประสาทและสมอง ทีมงานคลินิกความจำ

]]>
โรคสมองเสื่อมคืออะไร ? https://neuromed.md.chula.ac.th/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/ Wed, 13 Nov 2024 08:49:04 +0000 https://neuromed.md.chula.ac.th/?p=1092 โรคสมองเสื่อมคืออะไร ?


หลายๆคนอาจจะยังสงสัยอยู่ว่า “โรคสมองเสื่อม” คืออะไร ?
อาการของโรคสมองเสื่อมเป็นยังไง ?
แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าคนใกล้ชิดของเราเป็นโรคสมองเสื่อมแล้วหรือยัง ?

จริงๆแล้วต้องบอกก่อนว่าสมองเสื่อม จริงๆแล้วไม่ใช่โรค แต่เป็น “กลุ่มอาการ”
หมายความว่าจริงๆแล้วมีโรคได้หลากหลายโรคมากมาย
ที่ทำให้มี “อาการสมองเสื่อม” หรือ “ภาวะสมองเสื่อม”
และโรคสุดฮิตที่หลายๆคนคุ้นหูอย่างเช่น โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease)
ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของภาวะสมองเสื่อมนั่นเอง
แต่ก็ยังมีโรคอื่นๆได้อีกหลายชนิด ที่ทำให้มีภาวะสมองเสื่อมได้

แล้วภาวะสมองเสื่อมนั้นประกอบด้วยอาการอะไรบ้าง
อาการของภาวะสมองเสื่อมมีได้หลากหลาย
ตั้งแต่
1. อาการหลงลืม ความจำผิดปกติ
2. มีความบกพร่องทางมิติสัมพันธ์ ทำให้หลงทิศหลงทาง คาดคะเนด้วยตาไม่ดี
3. การใช้ภาษาบกพร่อง ฟังไม่เข้าใจ คิดคำพูดไม่ออก
4. ขาดสมาธิ
5. ความรู้คิดในการบริหารจัดการงานต่างๆผิดปกติ
6. พฤติกรรมและความเข้าใจบริบททางสังคมผิดปกติ
ซึ่งแต่ละอาการดังกล่าว ต้องเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ ในระยะยาวเวลานานหลายเดือน
ส่วนมากจะค่อยๆกินระยะเวลาหลายปี
จนเริ่มทำให้ผู้ป่วยมีความบกพร่องในการดำรงชีวิตประจำวันตามปกติ
ต้องได้รับความช่วยเหลือจากผู้ดูแล

ซึ่งอาการทางสมองที่แย่ลง จริงๆทางที่ดีก็ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาสาเหตุ
อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าเป็นความถดถอยทางสมองของคนสูงอายุตามปกติ
เพราะหลายครั้งอาจมีโรคหรือสาเหตุบางอย่างที่สามารถรักษาให้หายได้
เช่น ภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ ภาวะหายใจอุดกั้นตอนนอน หรือมีความผิดปกติที่กระทบกับเนื้อสมอง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าภาวะถดถอยทางความรู้คิดของสมองแย่ลง
จนถึงระดับที่ไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติ
เช่น จัดยาเองไม่ได้ ทำงานบ้านหรือทำอาหารไม่ได้ จัดการทางการเงินที่ผิดพลาด
ซึ่งบ่งชี้ว่ามีโอกาสที่อาจเข้าสู่ภาวะสมองเสื่อม
ยิ่งบ่งบอกว่าไม่น่าจะเป็นภาวะถดถอยทางสมองของผู้สูงอายุตามปกติ
ต้องหาสาเหตุเพื่อวางแผนการรักษาต่อไป

สำหรับรายละเอียดเรื่อง “โรคสมองเสื่อมคืออะไร ?”
อาการสมองเสื่อมมีอะไรบ้าง และเมื่อไหร่ควรมาพบแพทย์
สามารถรับชมเป็นวิดีโอพูดคุยถาม-ตอบกับอาจารย์ยุทธชัย หัวหน้าหน่วยคลินิกความจำ
ได้ทางช่อง YouTube channel : CUMEMO ได้เลยครับ

อธิบายเรื่องโรคสมองเสื่อม โดย ผศ.ดร.นพ.ยุทธชัย ลิขิตเจริญ

]]>